วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กลอนสุภาพเชิญชวนบริโภคเมี่ยงเต้าเจี้ยว
 
 
 
เมืองตากมีเมี่ยงคำเป็นของดี   อันเป็นที่เลื่องลือของจังหวัด
อีกทั้งถูกจารึกในประวัติ                   ทุกคนจัดว่าเป็นสมุนไพร
อีกทั้งเต้าเจี้ยวและใบชะพลู              พริกขี้หนูจัดจ้านและตะไคร้
ถั่วลิสงและมะนาวเปรี้ยวถึงใจ           ไม่ว่าใครได้ลิ้มชิมรสต้องติดใจ
เพราะเมี่ยงคำนี้รสล้ำอันวิเศษ           คนทุกเพศกล่าวขานกันยกใหญ่
ปัจจุบันเป็นของฝากคนทั่วไป            คนใกล้ไกลที่ผ่านมาต้องแวะชิม

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต


คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต  

       โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆโรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต

 อ้างอิง : 
www.bkk1.in.th/Topic.aspx?TopicID=19470

ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง


ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
        

            ความรู้ที่ได้เมื่อครั้งตามเสด็จ คือพระเจ้าอยู่หัวให้ความสำคัญกับการปลูกป่า  เพราะป่าให้อาหาร ให้น้ำ และใหอากาศ  เมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากราชการ  มาเริ่มต้นกับผืนดินแห้งแล้งจำนวน 40 ไร่ ตำบลมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เขาขุดบ่อน้ำลึก 15 เมตร กินพื้นที่ 5 ไร่ เมื่อได้น้ำแล้วเขาก็เริ่มปลูกป่าทันที   ตามแนวพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่า 3  อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่ได้พระราชทาน ณ โรงแรมริมคำ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2523

        “...การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้  ให้ใช้วิธีปลูกไม้สามอย่าง  แต่มีประโยชน์สี่อย่าง คือ ไม้ใช้สอย  ไม้กิน  ไม้เศรษฐกิจ  โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย  โดยรับน้ำฝนอย่างเดียวประโยชน์ที่สี่คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...”

         วิวัฒน์  ศัลยกำธร  อธิบายหลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ว่าเป็นแนวคิดขิงการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้  ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ  ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้
           1. ป่าไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
           2. ป่าไม้กินได้  คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  คือ  ไม้ที่ปลูกไว้ขาย  หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก

ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
           1. ป่าไม้ใช้สอย  นำมาสร้างบ้าน  ทำเล้าเป็ด  เล้าไก่  ด้ามจอบเสียม  ทำหัตถกรรม  หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
           2. ป่าไม้กินได้  นำมาเป็นอาหาร  ทั้งพืชกินใบ  กินผล  กินหัว  และเป็นยาสมุนไพร
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน  เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้  ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
           4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ  การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน  ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม


ปลูกป่า 5 ระดับ
ดำรงชีพ  และฟื้นธรรมชาติ

        วิวัฒน์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงว่า  สภาพดิน 40 ไร่นั้น  เป็นดินที่ตายแล้วจากการใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้สรางเคมีมาเป็นเวลานาน  เขาต้องทำให้ดินฟื้นคืนชีพกลับมาก่อน  ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ ตามชั้นความสูงของไม้ซึ่งได้มาจากการสังเกตธรรมชาติของป่าคือ

        ไม้ระดับสูง เช่น ตะเคียน ยางนา มะค่าโมง สะตอ มะพร้าว
        ไม้ระดับกลาง เช่น ผักหวานป่า ติ้ว พลู กำลังเสือโคร่ง กล้วย
        ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ผักหวานบ้าน มะนาว พริกไทย ย่านาง เสาวรส
        ไม้เรี่ยดิน  เช่น  ผักเสี้ยน  มะเขือเทศ สะระแหน่
        ไม้หัวใต้ดิน  เช่น ข่า ตะไคร้ ไพล เผือก มัน บุก กลอย

          เมื่อปลูกไม้ครบทั้ง 5 ระดับแล้ว เอาฟางห่มดินให้หนาเพื่อรักษาความชื้นให้กับดิน  จุลินทรีย์ในดินจะขยายตัว  รากของต้นไม้จะชอนไชไปในดินได้ง่าย  ตามด้วยปุ๋ยแห้งจำพวกมูลสัตว์โรยทับ  แม้จะไม่ถึงดินโดยตรง  แต่ความชื้นจะค่อยๆ ดึงปุ๋ยลงสู่ดิน ดินก็จะย่อยสลาย

         เขาย้ำอย่างหนักแน่นว่า  นอกจากทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้แล้วนี่ยังเป็นยุทธวิธีสู้ภัยแล้งได้อย่างมหัศจรรย์ “ถ้าเราทำให้คนไทยั้งประเทศหันมาปลูกต้นไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ เมืองไทยก็จะไม่ร้อนอย่างแน่นอน”
       ในฐานะกรรมการที่ปรึกษา โครงการรักษาป่า  สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง เขาย้ำว่า

        “เราต้องสร้างทีม  เพื่อให้ทีมไปสร้างคนในตำบลให้มีความรู้มีคุณธรรม  มีความเพียร  และให้ตัวเองรู้จักพอ  ต้องเพียรจนพอแล้วใจจะรู้จักพอ  การให้ทานคือการวัดการพอ”


อ้างอิง : www.vcharkarn.com/varticle/39438

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ-สกุล : จันทร์เจ้า  แก้วจันทร์เพชร
ชื่อเล่น : จันทร์เจ้า
เกิดวัน : อังคาร ที่1 เดือนกันยายน 2541
อายุ : 14 ปี   
สัญชาติ : ไทย  
เชื้อชาติ : ไทย 
ศาสนา : พุทธ
การศึกษา : มัธยมศึกษาปีที่2/3  โรงเรียนตากพิทยาคม
งานอดิเรก : ฟังเพลง เล่นคอมฯ ดูทีวี
สีที่ชอบ : สีฟ้า (และทุกสี)
อาหารที่ชอบ : กะเพรา ไข่ดาว

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีหลายประเภท จำแนกได้ตามขอบเขตของการเชื่อมต่อ มีดังต่อไปนี้

1.เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (Local Area Network) หรือ แลน (LAN)
แลน หรือ การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายในพื้นที่ (Local Area Network, LAN) เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถึงกันทั้งหมดโดยอาศัยสื่อกลาง มีการแบ่งแยกเครือข่ายออกเป็น 2 รูปแบบการเชื่อโยงคือ การเชื่อมโยงภายในพื้นที่ระยะใกล้หรือ แลน (LAN) และการเชื่อมโยงระยะไกลหรือแวน (WAN) โดยการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบแลน มี 3 รูปแบบ

2.เครือข่ายบริเวณนครหลวง (Metropolitan Area Network) หรือแมน (MAN)
MAN (metropolitan area network) เป็นเครือข่ายที่ติดต่อภายในของผู้ใช้ด้วยทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ในด้านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ หรือภูมิภาคขนาดใหญ่กว่าเครือข่ายแบบ LAN แต่เล็กกว่าเครือข่ายแบบ WAN คำนี้ใช้กับการติดต่อภายในเครือข่ายในเมืองเป็นเครือข่ายเดี่ยวขนาดใหญ่ และใช้กับวิธีการติดต่อของเครือข่าย LAN หลายเครือข่ายโครงการเชื่อมด้วยสาย backbone เดียวกัน การใช้บางครั้งอ้างถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัย

3.เครือข่ายบริเวณกว้าง (Wide Area Network) หรือแวน (WAN)
แวน หรือ ข่ายงานบริเวณกว้าง (อังกฤษ: Wide area network หรือ WAN) คือ ข่ายงานที่อยู่ห่างไกลกันมาก อาจจะอยู่ระหว่างเมือง หรือระหว่างประเทศ เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายของสำนักงานสาขาย่อยเข้ากับเครือข่ายของสำนักงานใหญ่ที่อยู่ห่างกันไกล อาจจะอยู่กันคนละที่หรือคนละเมืองกัน แต่ติดต่อกันด้วยระบบการสื่อสารทางไกลความเร็วสูง หรือโดยการใช้การส่งสัญญาณ ผ่านดาวเทียมเพื่อเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ให้ติดต่อถึงกันได้ ข่ายงานแต่ละข่ายงานจะอยู่ห่างกันประมาณ 2 ไมล์ซึ่งไกลกว่า ข่ายงานบริเวณเฉพาะที่ แลน ที่อาจอยู่ภายในอาคารหรือบริเวณมหาวิทยาลัยเดียวกัน แวนไร้สาย (wireless wide area network) ข่ายงานบริเวณกว้างไร้สาย

ข้อมูลและสารสนเทศ

ข้อมูลและสารสนเทศ

ข้อมูล เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ หรือสิ่งของที่น่าสนใจ ข้อมูลจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน สารสนเทศนี้เองคือสิ่งที่เราจะนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ข้อมูลละสารสนเทศจึงเป็นสิ่งมีค่า ต้องเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบ และทำให้ทันสมัยเสมอ

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล


องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสาารข้อมูลมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้คือ
1.ระบบคอมพิวเตอร์
2.อุปกรณ์ต่อเชื่อมเพื่อการสื่อสารข้อมูล(เป็นส่วนฮาร์ดแวร์)
3.ซอร์ฟแวร์สำหรับการสื่อสารข้อมูล
4.โพรโทลคอล(protocol)หรือเกณฑ์วิธี คือข้อกำหนดสำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบนั้นๆ
5.สื่อนำข้อมูล(media) เช่น สายโทรศัพท์ หรือเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือคลื่นวิทยุ